ศาลให้รับรอง 2 เพื่อนซี้ฆ่าโยนอาคารหมอศรุต วางหลักทรัพย์คนละ 5 แสนบาท

24/12/2021 by No Comments

กรณีศาลอาญาตัดสินคดี คดีการฆ่า นพ.ได้ยิน โดยให้ติดตะราง 2 ผู้ต้องหาที่เป็นเพื่อนสนิทคนละ 10 ปี แล้วก็ร่วมใช้ 5 ล้านพร้อมดอกเบื้ย ด้านคุณแม่ผู้ตายพอใจรู้เรื่องเที่ยงธรรม ส่วน 2 ผู้ต้องหาศาลให้ประกันตัว

จากกรณีเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 23 ธ.ค.64 ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำตัดสินคดีอาญาเลขดำที่ อ 1794/2563 คดีระหว่างบุคลากรอัยการสำนักงานอัยการสูงสุดเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นพ.ปราโมทย์ มั่นเมือง เชลยที่ 1 แล้วก็ น.ส.จิตวิมล สุขสุวรรณ ปัจจุบันนี้เป็นบุคลากรราชการ เชลยที่ 2 ในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าคนอื่นๆโดยเจตนา แล้วก็ข้างผู้เสียหายได้ขอให้ใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นคดีความแพ่งเกี่ยวข้องคดีอาญา แล้วก็เพราะว่าคดีนี้เกิดเหตุปี 2553 แล้วก็อัยการยื่นฟ้องปี 2563 ประกอบกับมีเหตุการณ์วัววิด ศาลจึงเร่งรัดการสอบพยานสม่ำเสมอให้เสร็จใน 1 ปี เชลยได้ประกันตัวในชั้นพินิจ

โดยคดีนี้โจทก์ฟ้องเชลยทั้งคู่ว่าตอนวันที่ 18 เม.ย. 2553 ช่วงกลางคืนก่อนถึงตอนเที่ยงเชลยทั้งคู่ได้ร่วมกันโยน นพ.ได้ยิน ทวีรุจจนะ อายุ 28 ปี แพทย์จุฬาฯ กำลังศึกษาต่อด้านพยาธิวิทยา จากชั้น 4 ซึ่งมีความสูงราวๆ 9.76 เมตรของอาคารไดรฟ์อินอพาร์ทเม้นท์ แขวงลำคลองจั่น เขตบางกะปิ จังหวัดกรุงเทพ ทำให้ร่างของหมอได้ยิน กระทบพื้นคอนกรีตจนถึงแก่ความตาย คดีนี้ โจทก์นำพยานหลักฐานดังเช่นว่าพยานบุคคล พยานแวดล้อม พยานทางด้านวิทยาศาสตร์ แล้วก็ขอให้ตุลาการออกไปสอบพยานนอกศาลหรือเดินพบเจอสืบจุดเกิดเหตุ ที่ห้องชุด เพื่อมองระเบียง ลูกกรง ลานซีเมนต์ที่ศพ ข้างเชลยได้นำพยานข้างผู้ก่อสร้างอาคารคอนโดฯ มาสืบหักล้างสุดกำลัง
มีหลักสำคัญจะต้องวิเคราะห์ว่าเชลยทั้งคู่ฆ่าผู้ตายหรือไม่ ศาลได้ตรึกตรองพยาน หลักฐาน อีกทั้งพยานบุคคลแล้วก็พยานหลักฐานทางนิติเวชมีความคิดเห็นว่า วันที่เกิดเหตุ นพ.ได้ยินไปดื่มกับเชลยที่ 1 กับ 2 ที่ห้องอาหารบริเวณรัชดา ห้วยขวาง กทม. ออกมาด้วยอาการเมาจนเชลยที่ 1 จะต้องประคองขึ้นรถแท็กซี่ เมื่อลงรถแท็กซี่ มาถึงอาคารไดร์ฟอิน อพาร์ทเม้นท์ แขวงลำคลองจั่น บางกะปิ กทม. นพ.ได้ยินได้ล้มลงบนทางเท้าจนมีภาพปรากฏในกล้องวงจรปิด แล้วก็ประคองมายังหอพักของเชลยทั้งคู่ แล้วต่อจากนั้นมีคนเห็นผู้ตายได้ตกลงมาชั้น 4 ของอาคารเสียชีวิต

ต่อมา แพทย์ชันสูตรศพ นพ.ได้ยิน พบว่าที่ร่างกาย มีรอยแผลหลายจุดที่ไม่เกี่ยวกับการตกจากที่สูง ดังเช่นว่า รอยฟกช้ำรอบๆภายในแขน รอยแผลถลอกที่ตอนบั้นท้าย ต่อมานักวิชาการพยานทางด้านวิทยาศาสตร์แล้วก็พยานผู้เชี่ยวชาญเบิกความประกอบเอกสาร ข้างโจทก์ ได้ทำการทดสอบนำหุ่นน้ำหนักเท่ากับผู้ตาย แล้วก็ใช้คนสองคนเอาขึ้นทำให้รอบๆข้างหลังของหุ่นที่ถูกอุ้มไปพาดที่กันระเบียงคอนกรีต ทำให้เป็นรอยครูด ก่อนหุ่นจะตกแบบศีรษะลงพื้น ตามด้วยเท้า หัวชี้ออกนอก ห่างจากอาคารราวๆ 3 เมตร สอดคล้องกับสถานที่เกิดเหตุแล้วก็ศพที่ถูกพบ

แล้วต่อจากนั้นได้มีการนำสารประกอบจากระเบียงคอนกรีต แล้วก็เนื้อข้างหลังของผู้ตายมาพิสูจน์พบว่าผลตรงกัน และเชลยทั้งคู่เห็นด้วยว่า ในขณะเกิดเหตุมีเพียงเชลยทั้งคู่กับผู้ตายอยู่ข้างในห้องเพียงแค่นั้น แล้วก็ก่อนเกิดเหตุ นพ.ได้ยินได้โทร.หาภรรยาเพื่อถามถึงการซื้อกับข้าวในตอนเช้า จึงมองไม่มีเหตุเหมาะสมว่า นพ.ได้ยิน ฆ่าตัวตายฆ่าตัวตายดังที่เชลยทั้งคู่กล่าวอ้าง อีกทั้งมีพยานยืนยันได้ว่า ผู้ตายกับเชลยที่ 2 เคยคบค้าสมาคมเป็นแฟนกัน แม้กระนั้นขณะเกิดเหตุเชลย 1-2 กำลังคบค้าสมาคมเป็นแฟนกันแล้ว อาจจะเกิดความรู้สึกว่าไม่ชอบใจ หึง

san1

ด้านเชลยทั้งคู่หักล้างว่า วันที่เกิดเหตุไปร่วมดื่มกินกันมาจนเมาแล้วก็พามาที่ห้อง ผู้ตายมีลักษณะเมาไปยืนระเบียงแล้วพลัดหล่นไป เมื่อตกไปโดนสายไฟร่างจึงกระทบไปมา จนเกิดรอยแผล ก็เป็นเพียงแค่การคาดหมายของพวกเชลยเอง ไม่สามารถหักล้างกับพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ยอมรับฟังได้ว่าเชลยที่ 1-2 ได้ช่วยกันอุ้มร่างของผู้ตายให้ตกลงมาจากอพาร์ตเมนต์จุดเกิดเหตุจึงมีความผิดจริงตามฟ้อง

ศาลตัดสินคดีลงอาญาเชลยอีกทั้ง 2 ข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าคนอื่นๆโดยเจตนา ตาม ม.288 ไม่ใช่กรณีที่ผู้ตายฆ่าตัวตายโดยมีสาเหตุมาจากเรื่องชู้สาว ติดตะรางเชลยอีกทั้ง 2 คนละ 15 ปี แม้กระนั้นเชลยอีกทั้ง 2 ให้การมีประโยชน์จึงลดโทษให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.78 คงติดตะรางเชลยที่ 1-2 คนละ 10 ปี แล้วก็ให้เชลยทั้งคู่ร่วมกันใช้ค่าทำขวัญเป็นเงิน 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับจากวันที่ฟ้อง (7 เดือนกันยายน63) ให้กับคุณแม่ผู้ตาย คำขออื่นให้ชู
ด้านน้องชายของผู้ตาย กล่าวว่า ขอขอบพระคุณศาลที่เมตตาแล้วก็ให้ความยุติธรรมให้กับครอบครัวของพวกเราที่สูญเสียมาเป็น 10 ปี ที่วันแล้ววันเล่าผ่านไปด้วยความลำบาก ส่วนประเด็นการขออุทธรณ์คดีจะต้องขอกลับไปปรึกษาครอบครัว แล้วก็กลุ่มทนายความอีกครั้งก่อน เพราะขณะนี้พวกเราก็เหนื่อยล้ามามากแล้ว แม้กระนั้นวันนี้ก็พอใจกับคำพิพากษาแล้ว

ด้านคุณแม่ของผู้ตาย กล่าวว่า พวกเราต่อสู้มานานพอควร ชี้ให้เห็นว่าความชอบธรรมมีอยู่จริง เหมือนที่พวกเราเห็น รับรู้ พิสูจน์มาว่า ลูกพวกเรามิได้ฆ่าตัวตาย ที่ผ่านมาพวกเราเชื่อจากพยานหลักฐานมิได้คิดเอง เรื่องที่สงสัยว่าลูกฆ่าตัวตาย เพียงพอทราบดีว่าพยานหลักฐานแสดงว่าไม่มีทางเป็นไปได้ พวกเราจึงต้องหาความเป็นจริง ผลที่ออกมาก็เป็นอย่างที่รอคอย แล้วก็พอใจกับคำพิพากษา

san2

มีแถลงการณ์ว่าเชลยได้อุตสาหะยื่นหลักทรัพย์จำนวนหนึ่งเพื่อขอปล่อยชั่วคราว

ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. วันเดียวกัน ศาลอาญามีคำบัญชาอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว หมอปราโมทย์ กับนางสาวจิตพิมล เชลยอีกทั้ง 2 ในคดีดังกล่าวโดยใช้หลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินกู้เงินคนละ 500,000 บาทประกันตัวท้ายที่สุด.

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *